.([

 กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ชาวประมงผู้ยากจนคนหนึ่งมีลูกสาวอยู่ในวัยที่จะแต่งงานได้อยู่สามคน

.

 

ชายหนุ่มคนหนึ่งมาขอลูกสาวของชาวประมงไปเป็นภรรยา แต่ไม่มีใครไว้ใจชายคนนี้เพราะมีนิสัยประหลาด ชอบออกมาเฉพาะแต่ตอนกลางคืนเท่านั้น ลูกสาวคนโตกับคนรองปฏิเสธ ไม่ยอมแต่งงานด้วย แต่คนเล็กตกลง ในคืนวันแต่งงานนั้นเอง ทันทีที่ทั้งสองได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง เขาก็บอกกับเธอว่า

 

.

 “ฉันมีความลับที่ต้องบอกเธอ ที่จริงแล้วฉันต้องคำสาปให้กลายเป็นเต่าในตอนกลางวันและเป็นคนตอนกลางคืน วิธีเดียวที่จะแก้คำสาปได้คือฉันต้องจากภรรยาไปทันทีแต่งงานกันเพื่อออกเดินทางรอบโลก โดยที่กลางคืนเป็นคน กลางวันเป็นเต่าเช่นนี้ หากฉันกลับมาและพบว่าภรรยายังซื่อสัตย์ต่อฉันอยู่ และได้ทนความทุกข์ยากลำบากเพื่อฉัน เมื่อนั้นฉันก็จะกลายเป็นคนตลอดไป”

.

 

“ฉันสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อเธอ” ภรรยากล่าว

.

 

ชายหนุ่มสวมแหวนเพชรให้เธอ “ถ้าเธอรู้จักใช้แหวนวงนี้ให้เป็นประโยชน์ เธอจะพบเจอแต่ความโชคดี”

.

 

เมื่อฟ้าสาง ชายหนุ่มก็กลายเป็นเต่าและคลานจากเธอไปเพื่อออกเดินทางรอบโลก

.

 

หญิงสาวเดินเข้าเมืองไปเพื่อหางานทำ ระหว่างทางก็ได้พบเด็กคนหนึ่งกำลังร้องไห้อยู่ เธอจึงพูดกับแม่ของเด็กว่า “ให้ฉันอุ้มเด็กคนนี้เถิด ฉันจะทำให้เด็กหยุดร้องเอง”

.

 

“ยังไม่มีใครทำได้เลย” แม่ของเด็กกล่าว “เด็กคนนี้ร้องไห้มาตั้งแต่เช้าแล้ว”

.

 

“ด้วยอำนาจแห่งแหวน” หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยเสียงอันแผ่วเบา “ขอให้เจ้าจงหยุดร้องไห้ แต่จงหัวเราะและลุกขึ้นเต้นรำ” สิ้นคำ เด็กน้อยก็เลิกร้องไห้ แล้วหัวเราะกลางลุกขึ้นมากระโดดโลดเต้นอย่างอารมณ์ดี

.

 

จากนั้น หญิงสาวก็เดินเข้าไปที่ร้านอบขนมปังแล้วกล่าวกับหญิงเจ้าของร้านว่า “ให้ฉันทำงานที่นี่เถิด แล้วท่านจะไม่ผิดหวัง” เจ้าของร้านจ้างเธอไว้ หญิงสาวเริ่มนวดแป้งขนมปัง แล้วพูดเบาๆ ว่า “ด้วยอำนาจแห่งแหวน ขอให้ผู้คนในเมืองนี้ซื้อแต่ขนมปังจากร้านนี้เท่านั้น” นับแต่นั้นมาก็มีลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ในบรรดาลูกค้าเหล่านั้นมีชายสามคนตกหลุมรักเธอเข้า

.

 

“ถ้าเธอให้ฉันอยู่ด้วยเป็นเวลาหนึ่งคืน” หนึ่งในสามคนนั้นพูดขึ้น “ฉันจะให้เงินเธอหนึ่งพันฟรังก์”

.

 

“ฉันจะให้เธอสองพันฟรังก์” ชายคนที่สองพูดขึ้น

.

 

“ฉันให้เธอสามพันฟรังก์” ชายคนสุดท้ายบอกเธอ

.

 

หญิงสาวรับเงินสามพันฟรังก์จากชายคนสุดท้ายแล้วแอบพาเขาเข้ามาในร้านอบขนมปังในคืนนั้นเอง

.

 

“ขอเวลาฉันสักประเดี๋ยวเถิด” หญิงสาวบอกกับเขา “ฉันต้องผสมเชื้อยีสต์เข้าไปในผงแป้ง ระหว่างนี้ขอให้เธอช่วยนวดแป้งขนมปังรอไปก่อน”

.

 

ชายผู้นั้นเริ่มลงมือนวดแป้ง แต่ด้วยอำนาจแห่งแหวนก็ไม่อาจหยุดได้ มือทั้งสองเอาแต่นวดแป้งไปจนฟ้าสาง

.

 

“นวดเสร็จเสียที!” หญิงสาวกล่าวกับเขา “ใช้เวลานานอะไรเช่นนี้!”

.

 

เธอให้เขาเก็บข้าวของและออกจากร้านไป

.

 

จากนั้นเธอก็ตอบตกลงกับชายที่เสนอเงินให้เธอสองพันฟรังก์และพาเขาเข้ามาในร้านทันทีที่ฟ้าเริ่มมืด เธอขอให้เขาเป่าลมไม่ให้ไฟมอด แต่ด้วยอำนาจแห่งแหวนทำให้เขาไม่อาจหยุดได้ เอาแต่เป่าไฟอยู่เช่นนั้นไปจนฟ้าสาง แก้มทั้งสองข้างบวมเป่ง

.

 

“พิลึกคนเสียจริง!” หญิงสาวกล่าวกับเขา “มาหาฉันถึงที่นี่ กลับเอาแต่เป่าไฟอยู่ทั้งคืน!”

.

 

เธอให้เขาเก็บข้าวของและออกจากร้านไป

.

 

คืนต่อมาเธอพาชายที่จ่ายเงินหนึ่งพันฟรังก์มาที่ร้าน

.

 

“ฉันต้องเติมเชื้อยีสต์” เธอบอกเขา “ระหว่างที่รอ ขอให้เธอช่วยเดินไปปิดประตู”

.

 

ชายผู้นั้นเดินไปปิดประตู แต่ด้วยอำนาจแห่งแหวน ประตูก็เปิดออกเองทันที เขาต้องคอยปิดประตูเช่นนั้นอยู่จนรุ่งสาง

.

 

“ถ้ายังปิดไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะตอนนี้ได้เวลาที่เธอต้องออกจากร้านแล้ว”

.

 

ชายทั้งสามโกรธเธอมาก จึงไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ ในยุคนั้นนอกจากจะมีตำรวจแล้ว ยังต้องมีตำรวจหญิงไว้สำหรับคดีที่ผู้หญิงเป็นคนก่อโดยเฉพาะ ดังนั้นตำรวจหญิงสี่คนจึงเดินทางไปจับกุมหญิงสาว

.

 

“ด้วยอำนาจแห่งแหวน” หญิงสาวกล่าว “ขอให้ผู้หญิงทั้งสี่คนนี้ตบหน้ากันเองไปจนเช้าวันพรุ่งนี้”

.

 

หญิงทั้งสี่จึงตบกันเองอย่างแรงจนหน้าหัน และยังตบกันต่อไปอย่างเอาเป็นเอาตาย

.

 

เมื่อตำรวจหญิงทั้งสี่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องสงสัยกลับมาได้ ตำรวจชายสี่นายจึงถูกส่งมาตามหา เมื่อหญิงสาวเห็นชายทั้งสี่เดินมาก็พูดขึ้นว่า “ด้วยอำนาจแห่งแหวน ขอให้ชายทั้งสี่คนนี้เล่นกระโดดกบ”  สิ้นคำ หนึ่งในนั้นก็ก้มตัวลง คนที่สองวางมือไว้บนหลังของคนแรก แล้วกระโดดข้ามหัวไป คนที่สามและสี่ทำตาม เกมกระโดดกบก็ได้เริ่มต้นขึ้น

.

 

ในตอนนั้นเอง เต่าตัวหนึ่งก็คลานเข้ามา เป็นสามีของเธอที่เพิ่งกลับจากเดินทางรอบโลกนั่นเอง ทันใดนั้นเองเมื่อเขาเห็นภรรยาของตนก็กลายร่างเป็นชายหนุ่มรูปงาม และคงอยู่เช่นนั้นโดยไม่กลับไปเป็นเต่าอีก ทั้งสองอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า

 

.

[จบ]


.

.

.

ว่าจะหาฟิคอ่าน ก็เจอเรื่องนี้เข้า (เจอได้ไงฟระ) น่ารักดี เลยแปลเก็บไว้ เครดิตอยู่นี่[x] แปลทุกงาน เคยแต่งเองบ้างมั้ยเนี่ย กร๊ากกกกก

เรื่องนี้เป็นนิทานของอิตาลีนะคะ ชื่อภาษาอิตาเลียนคือ L'uomo che usciva solo di notte  บางฉบับก็ว่าชายคนนี้กลายเป็นคางคก (เต่าเหอะน่ารักกว่าเยอะ)

ไทม์แมชชีนโคตรรรรรรรร อ่านปุ๊บนี่จำได้ทันทีว่าตอนเด็กๆ ฟังนิทานแล้วรู้สึกยังไง มันก็ตื่นเต้น อยากฟังต่อตลอดอ่ะ ไม่เคยหรอกที่จะหลับก่อนแม่

เผื่อวันไหนไว้เล่าให้เด็กน้อยฟัง (คิดเอาว่า)เด็กมันต้องไม่เคยฟังแน่ๆ อินดี้อยู่ในจิตวิญญาณแน่หนูน้อยเอ๋ย ขนาดนิทานยังฟังเรื่องซ้ำกับชาวบ้านไม่ได้

อ่านเล่นเพลินๆ น่ารัก ฉลาดผสมพิลึกแปลกๆ แต่ถ้าเด็กฟังคงไม่รู้สึกว่ามันแปลกหรอกมั้ง